ช้าพลู หรือชะพลู

ชื่อไทย ช้าพลู
ชื่ออื่น นมวา, ผักปูนา, ผักพลูนก, พลูลิ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Piper sarmentosum Roxb. ex Hunter.
ชื่อวงศ์ PIPERACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ลักษณะวิสัย ไม้ล้มลุก มีไหลงอกเป็นต้นใหม่
ลักษณะใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ
ลักษณะดอก ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ
ลักษณะผล ผล เป็นผลสด กลม อัดแน่นอยู่บนแกน
สรรพคุณ ทั้งต้น : ขับเสมหะ
ใบ : ยาขับลมใบช้าพลู ใช้ปรุงอาหารได้หลากหลาย มีรสเผ็ดร้อน พบสารสำคัญหลายชนิด เช่น แซนโทฟิลล์ แทนนิน แอลคาลอยด์ เบต้า-ซิโตสเตอรอล ซึ่งต้านอนุมูลอิสระ มีน้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นเฉพาะ นอกจากนั้นยังพบมีเกลือแร่ที่มีประโยชน์ เช่นแคลเซียม เหล็ก วิตามิน บี 1 ละ 2 วิตามินซีและอี รวมทั้ง เบต้า-แคโรทีนด้วย ที่สำคัญคือมีกรดออกซาลิคสูง หากกินมากไป สารชนิดนี้จะไปจับกับแคลเซียมในลำไส้ เกิดเป็นสารประกอบซับซ้อนที่จะขัดขวางการดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ และก่อให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะด้วย แต่การกินในขนาดปกติกับเครื่องปรุงอาหารอื่น เช่น ในเมี่ยงคำ หรือ แกงคั่วหอยกับใบช้าพลู ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยขับลม และย่อยอาหารด้วย จากการวิจัยในหนูทดลองที่ทำให้เป็นเบาหวานติดต่อกัน 28 วัน พบว่า น้ำต้มใบช้าพลูสามารถลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต และ ปกป้องเซลล์ตับด้วย
ผล : รสเผ็ดร้อน แก้เสมหะที่คอ ทำให้เสมหะแห้ง ขับลมในลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร
ราก : รสร้อน ขับเสมหะ บำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้
ข้อควรระวัง ใบช้าพลูสด มีผลึกแคลเซียมออกซาเลตสูง ไม่ควรรับประทานมากเกินไป หรือไม่ควรกินเป็นประจำ จะทำให้เวียนศีรษะ และอาจทำให้เกิดนิ่วในไต หรือทางเดินปัสสาวะได้

 

28