บทความ
การเกษตร
100
ปีกมรกต อนาคตแห่งเส้นใย
เรื่องเล่าเชิงอนุรักษ์ · ศิลปาชีพ · ภูมิปัญญาไทย
ปีกมรกตอนาคตแห่งเส้นใย
จากผืนผ้าเก่าแก่กว่าร้อยปี สู่การอนุรักษ์แมลงพื้นบ้านไทยจากการสูญพันธุ์
“
ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอมาว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ชาวนาหรือมีอาชีพใด อยู่สารทิศใด คนไทยมีความละเอียดอ่อน และฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้
พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๒
เมื่อผืนผ้ากว่าร้อยปีส่งเสียงเรียก
ในห้วงเวลาที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยี่ยมเยียนราษฎรทั่วพระราชอาณาจักร ทรงพบว่าลำพังรายได้จากการเกษตรเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอต่อการจุนเจือ
กระนั้น เรื่องราวอันทรงคุณค่าเรื่องหนึ่งไม่ได้เริ่มต้นจากท้องทุ่งหรือชายคาบ้านชาวนา หากแต่เริ่มต้นจากห้องโถงอันเงียบงามของพระที่นั่งวิมานเมฆ เมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพบผ้าทรงสะพักเก่าแก่ที่เคยเป็นของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าพระบรมราชเทวีในรัชกาลที่ 5 ผ้าไหมเนื้อเดิมเปื่อยยุ่ยไปตามกาลเวลาแล้ว แต่ปีกแมลงทับสีเขียวมรกตยังคงเปล่งประกายงดงาม
รากฐานแห่งพระมหากรุณาธิคุณ : มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ
เพื่อให้การส่งเสริมอาชีพศิลปหัตถกรรมแก่ราษฎรมีความต่อเนื่องและมั่นคง ในวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมพื้นบ้านไทยให้คงอยู่และเจริญงอกงามภายใต้ร่มพระบารมี
จุดเริ่มต้น : วันที่ปีกแมลงทับเดินทางถึงพระหัตถ์
อีกหมุดหมายสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๖ ขณะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรที่จังหวัดสกลนคร ชาวบ้านได้ทูลเกล้าฯ ถวายปีกแมลงทับจำนวนหนึ่ง ทรงพิจารณาแล้วมีพระราชดำริว่าปีกแมลงทับมีความงดงามควรค่าแก่การนำมาใช้ประโยชน์
ชาวบ้านทูลเกล้าฯ ถวายปีกแมลงทับ ณ วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๖
วิกฤตที่มองไม่เห็น : เมื่อความนิยมนำไปสู่การสูญพันธุ์
ยิ่งผลิตภัณฑ์จากปีกแมลงทับได้รับความนิยมมากขึ้น ความต้องการปีกแมลงทับก็เพิ่มสูงขึ้น ชาวบ้านเริ่มจับแมลงทับที่ยังมีชีวิต เด็ดปีกขาย แล้วนำตัวแมลงไปทำอาหาร ทำให้แมลงทับไม่มีโอกาสผสมพันธุ์และวางไข่ จึงมีพระราชดำริให้ศึกษา ค้นคว้า และวิจัยการเพาะเลี้ยงแมลงทับอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันปัญหาการสูญพันธุ์ในอนาคต
แมลงทับ : อัญมณีแวววาวดั่งโลหะแห่งป่าเขตร้อน
แมลงทับเป็นแมลงในกลุ่มด้วงปีกแข็ง จัดอยู่ในอันดับ Coleoptera วงศ์ Buprestidae ปีกมีสีเป็นมันแวววาวหลากหลาย พบมากในป่าเขตร้อน โดยแมลงทับในประเทศไทยแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่มใหญ่ ได้แก่
1. แมลงทับแคระมีขนาดเล็ก ลำตัวยาว ๓–๕ เซนติเมตร ปีกสีดำมัน มักเป็นศัตรูของพืชหลายชนิด
2. แมลงทับป่ามีขนาดใหญ่ ลำตัวยาว ๖–๗ เซนติเมตร ปีกสีสวยสดหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นศัตรูของไม้ในป่า
3. แมลงทับบ้านมีขนาดปานกลาง ลำตัวยาว ๓–๔ เซนติเมตร ปีกสีเขียวมรกตเป็นมันวาว เป็นกลุ่มที่นำมาใช้ประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
วงจรชีวิตอันซับซ้อนกว่า ๒ ปีเต็ม
การศึกษาวิจัยพบว่า วงจรชีวิตของแมลงทับใช้เวลากว่า ๒ ปีเต็ม แบ่งออกเป็น ๕ ระยะ ดังนี้
ระยะไข่ ใช้เวลา ๒–๓ เดือน ฝังอยู่ในดินบริเวณโคนต้นพืชอาหาร
ระยะหนอน วัย ๑–๔ ประมาณ ๓–๔ เดือน แทะกินรากพืช
ระยะหนอน วัย ๕ ยาวนาน ๑๒–๑๕ เดือน อาศัยอยู่ในปลอกดิน
ระยะดักแด้ ประมาณ ๓ เดือน อาศัยในปลอกดิน
ระยะตัวเต็มวัย ประมาณ ๑–๓ สัปดาห์ เป็นช่วงออกหากินและผสมพันธุ์
วงจรชีวิตและตัวเต็มวัย
กรงเพาะเลี้ยงแมลงทับแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย
ผลจากพระราชดำริและการวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการก่อสร้างกรงเพาะเลี้ยงแมลงทับชนิดถาวรขนาดใหญ่แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยที่จังหวัดสระแก้ว โครงสร้างเป็นท่อเหล็กกลมกรุด้วยลวดตาข่าย สูง ๖ เมตร พื้นที่ ๑,๐๐๐ ตารางเมตร
กรงเพาะเลี้ยงแมลงทับชนิดถาวรขนาดใหญ่แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยที่จังหวัดสระแก้ว
ปีกมรกตสู่งานหัตถศิลป์อันประณีต
ปีกแมลงทับเปรียบดั่งอัญมณีจากธรรมชาติที่สร้างมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ กล่องเงิน ประติมากรรมรูปสัตว์มงคล ตุ๊กตาไม้โมกมัน และหุ่นกินรี
นอกจากการนำปีกแมลงทับมาใช้ทั้งชิ้นแล้ว ยังสามารถตัดเป็นเส้นใยสั้น ๆ นำมาสาน ถัก หรือทอ เพื่อสร้างพื้นผิวและลวดลายใหม่ ๆ ที่เพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย
ปีกมรกตที่เปล่งประกายข้ามกาลเวลา
จากผืนผ้าเก่าแก่ที่พบในพระที่นั่งวิมานเมฆ สู่โครงการอนุรักษ์ที่ช่วยชีวิตทั้งแมลงและราษฎร เรื่องราวของปีกมรกตคือบทพิสูจน์ถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงห่วงใยทั้งศิลปะ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และชีวิตของประชาชน
วันนี้แสงสะท้อนจากปีกแมลงทับสีเขียวมรกตยังคงแวววาวอยู่บนผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย เป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชปณิธานที่ยั่งยืนข้ามกาลเวลา

ผู้เขียน : พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ