มหกรรมทรัพย์ดิน สินน้ำ
มหกรรมทรัพย์ดิน สินน้ำ
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ต้อนรับ คณะนักเรียนชั้น ป.6 คณะครูและเจ้าหน้าที่ กว่า 500 คน ภายใต้การสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ จังหวัดสมุทรปราการ ที่นำคณะมาร่วมเรียนรู้วิถีเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ไปกับ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ปทุมธานี แห่งนี้ ผ่านหลักสูตร ตามรอยพ่อกษัตริย์เกษตร ที่ใช้เวลา 5 ชั่วโมง ในการเรียนรู้ตลอดทั้งหนึ่งวัน โดยทางคณะเลือกรับชม พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา เรียนรู้ฐานตามรอยพ่อ นวัตกรรมเกษตรของพ่อ ตลาดเก่าชาวเกษตร รับชมภาพยนตร์ 3 มิติ เรื่องของพ่อในบ้านของเรา เรียนรู้การทำงานแบบเป็นทีม ผ่านกิจกรรมรากฐานแห่งความมั่นคง และพากันไปเรียนรู้กับพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง อย่างพิพิธภัณฑ์นวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านยังฐานการเรียนรู้บ้านดินบ้านฟาง เรียนรู้ความพอเพียงในรูปแบบของที่อยู่อาศัย ฐานการเรียนรู้วิถีเกษตรไทย 4 ภาค บ้านเรือนไทยสุดคลาสสิค ที่จะพาไปเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของเกษตรกรจากทุกภูมิภาคของประเทศ ฐานการเรียนรู้ 1 ไร่พอเพียง โมเดลต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่โดยใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ และเรียนรู้การลงมือฝึกปฏิบัติการทำนาโยนกล้า และทำนาดำ
หน่วยงานไหนสนใจ เข้าร่วมเรียนรู้ในรูปแบบหมู่คณะ สามารถดูรายละเอียดหลักสูตรต่างๆได้ที่ https://www.wisdomking.or.th/th/course-event สอบถามรายละเอียด 094-649-2333 087-359-7171 02-529-2212
มหกรรมทรัพย์ดิน สินน้ำ
วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2567 เวลา 11.00 น. สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ยกทัพออกบูธจัดกิจกรรมเผยแพร่พระอัจฉริยภาพกษัตริย์เกษตร และถ่ายทอดองค์ความรู้ ภายในกิจกรรมมอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา สื่อมวลชนสายเกษตร ประจำปี 2567 จัดแสดงนิทรรศการเกษตรพอเพียงเมืองขนาดย่อม การปลูกผักจากวัสดุเหลือใช้ในรูปแบบต่างๆ พร้อมกิจกรรมลงมือฝึกปฏิบัติการทำเกษตร อาทิ การทำสารพัดงอก (ไมโครกรีน) การทำสบู่สมุนไพร พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกมากมาย ภายในงานมอบทุนการศึกษา บุตร - ธิดา สื่อมวลชนสายเกษตร ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีฯ โดยมีนายภิญโญ แพงไธสง นายกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยในปีนี้มีผู้ได้รับทุนการศึกษา 49 ราย และมีรางวัลพิเศษสำหรับผู้ทำคลิป เด็กไทยหัวใจเกษตร อีก 3 ราย จัดขึ้น ณ ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง กรุงเทพฯ
โอกาสทองของเกษตรกรมือใหม่ เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์ 1 ไร่ มั่งคั่ง ยั่งยืน รุ่นที่ 14 ค้นหาเกษตรกรมือใหม่ เรียนรู้อยู่แปลง ตามรอยศาสตร์พระราชา ด้วยเกษตรทฤษฎีใหม่แบบเข้มข้นตลอดระยะเวลา 4 เดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครบเครื่องเรื่องการเกษตร ตั้งแต่ทฤษฎีสู่การลงมือปฏิบัติบนพื้นที่จริง สถานการณ์จริง ผ่านกระบวนการสอนอย่างเข้มข้นจากวิทยากรต้นแบบผู้มากประสบการณ์ อาทิ อาจารย์เฉลิม พีรี อาจารย์สุพจน์ ศรีไสยเพชร เรียนรู้หลากหลายวิชา อาทิ การทำนา การผลิตอาหารสัตว์ต้นทุนต่ำ เรียนรู้จุลินทรีย์ทั้ง 4 ชนิด การเพาะพันธุ์เห็ดหลากหลายรูปแบบ การขยายพันธุ์พืช เรียนรู้เรื่องสมุนไพรและผักพื้นบ้าน สมาร์ทฟาร์มเมอร์และพลังงานทดแทน การแปรรูปและการตลาด และอีกหลายหลายวิชาครบเครื่องเรื่องการทำการเกษตรกว่า 19 วิชา ที่จะสามารถนำไปปรับใช้ในภูมิสังคมได้อย่างเหมาะสมเปิดรับสมัคร : ตั้งแต่วันนี้ – 1 กันยายน 2567สอบสัมภาษณ์ : 7 กันยายน 2567ประกาศผล : 8 กันยายน 2567ระยะเวลาเรียนรู้ : เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2567 เป็นต้นไป สมัครด้วยตนเอง ภายในงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง หรือในงานอบรมหลักสูตรต่างๆ ของ พกฉ. หรือสมัครออนไลน์ได้ทาง https://bit.ly/3ywNW3D สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง 090 313 9809 หรือ 085 491 8861 หรือ www.wisdomking.or.th facebook: wisdomkingmuseum และ Line ID: @wisdomkingmuseum
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 บรรยากาศที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของ 5 ครอบครัว ที่จับมือกันมาเปิดประสบการณ์เรียนรู้ในค่าย “Family Day Camp” 2 วัน 1 คืน ที่ทั้งสนุก อบอุ่น และได้ความรู้กลับบ้านแบบเต็มกระเป๋า เช้าวันแรกเริ่มต้นด้วยการลงทะเบียนและละลายพฤติกรรมเบา ๆ ให้แต่ละครอบครัวได้ทำความรู้จักกัน ก่อนจะพากันนั่งรถรางชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง และเยี่ยมชม Mado Pavilion เปิดโลกเกษตรสร้างสรรค์แบบใกล้ชิด ช่วงบ่ายเติมพลังด้วยกิจกรรมงานประดิษฐ์ “กระเป๋าผ้าพิมพ์ลายดอกไม้” ที่แต่ละครอบครัวตั้งใจออกแบบลวดลายไม่ซ้ำใคร เสียงกรี๊ดเบา ๆ ดังขึ้นเมื่อถึงกิจกรรมไฮไลต์ “ลุย เล่น โคลน หรรษาในแปลงนา” ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ถอดรองเท้าลงนา สัมผัสดินโคลนแบบธรรมชาติแท้ ๆ เปื้อนกายแต่ได้รอยยิ้มเต็มหัวใจ ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยเกมสนุก ๆ และปาร์ตี้หมูกระทะแสนอร่อย บรรยากาศล้อมวงพูดคุยกันใต้แสงไฟอุ่น ๆ กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่หลายบ้านบอกว่า “อยากให้นานกว่านี้อีกหน่อย”เช้าวันที่สองเริ่มต้นด้วยพลังสดใส เด็ก ๆ ออกทำภารกิจ photo hunt และปั่นจักรยานสำรวจธรรมชาติในพื้นที่ 16 ไร่ พร้อมภารกิจปลูกกล้วยไม้ประจำครอบครัว คนละ 1 ต้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเติบโตไปด้วยกัน กิจกรรมยังต่อเนื่องด้วยการชมภาพยนตร์ 3 มิติ และเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์ดินดล ก่อนสนุกกับเวิร์กชอปทำผ้ามัดย้อมสีสันสดใส ที่แต่ละบ้านช่วยกันมัด ช่วยกันย้อม อย่างตั้งใจ สุดท้ายทุกครอบครัวได้ร่วมสะท้อนความรู้สึก ปิดค่ายด้วยคำขอบคุณและกอดอุ่น ๆ ส่งท้าย Family Day Camp ครั้งที่ 1 ไม่ได้เป็นเพียงค่ายเรียนรู้เกษตร แต่คือช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่ทำให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า ได้เรียนรู้ธรรมชาติ ลงมือทำจริง และสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในครั้งต่อไป… เพราะความสุขแบบนี้ มีได้ทั้งครอบครัว สอบถามรายละเอียด 02-529-2212 094-649-2333 087-359-7171 หรือ www.wisdomking.or.th facebook: wisdomkingmuseum และ Line ID: @wisdomkingmuseum
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี ขอเชิญประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมงานมหกรรม “ในความทรงจำ” ระหว่างวันที่ 11–13 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00–17.00 น. เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็น “พ่อแห่งแผ่นดิน” ที่สถิตอยู่ในหัวใจคนไทยตราบนิรันดร์ พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า “ทุกปีที่เดือนตุลาคมเวียนมา เราคนไทยทุกคนต่างหวนคิดถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร งานมหกรรม ‘ในความทรงจำ’ ครั้งนี้ จัดขึ้นด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักและความภักดี เพื่อน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเสียสละพระวรกายประกอบพระราชกรณียกิจในถิ่นทุรกันดาร เพื่อหวังให้เกิดความผาสุกแก่ประชาชนที่อาศัยบนพื้นแผ่นดินไทย นอกจากนี้ยังเป็นเวทีในการถ่ายทอดองค์ความรู้ หลักคิด และภูมิปัญญาที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เราจึงอยากให้ทุกคนได้มาเรียนรู้ สัมผัส และแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ก้าวเดินต่อไปตามคำสอนของพ่อ พร้อมกับร่วมสืบสานพระราชปณิธาน และขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” กิจกรรมสำคัญในงาน คือ กิจกรรมน้อมรำลึกในวันนวมินทรมหาราช วันที่ 13 ตุลาคม 2568 เวลา 08.30 น. ขอเชิญร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 59 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และตั้งแต่เวลา 15.30 น. เป็นต้นไป ร่วมใจน้อมรำลึกสงบนิ่งอย่างพร้อมเพรียง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักของประชาชน ในบรรยากาศที่อบอวนไปด้วยเสียงขลุ่ย “แห่งความทรงจำ” และ “บทเพลงแห่งคุณงามความดี” จากศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี และคุณขวัญข้าว ธิดารินทร์ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “รฦก ร.9 ในความทรงจำ” ที่จะพาผู้เข้าชมย้อนรำลึกผ่านภาพถ่ายและเรื่องราวพระราชกรณียกิจในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร สะท้อนภาพพระวิริยะอุตสาหะและพระเมตตาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งหวังให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น โดยพระองค์ทรงเน้นไปที่การพัฒนาทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรดิน และทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งถือเป็นรากฐานของการพัฒนาการเกษตรและคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ยังมี นิทรรศการเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ “ผู้น้อมนำ คำพ่อสอน” ถ่ายทอดเรื่องราวของบุคคลและชุมชนที่น้อมนำหลักทรงงานและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติจริงจนเกิดผลสำเร็จที่เราสามารถจับต้องได้ สะท้อนและสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนเห็นถึงพลังของการลงมือทำและการต่อยอดองค์ความรู้สู่การพัฒนาชีวิตอย่างยั่งยืนจาก 8 ฐานการเรียนรู้ อาทิ ฐานการเรียนรู้ “ปลูกป่าในใจคน สร้างคนปลูกป่า” ฐานการเรียนรู้ “ขาดทุนคือกำไร” ฐานการเรียนรู้ “น้ำคือชีวิต รู้คิด รู้ใช้” เป็นต้น และนิทรรศการพิเศษ “ในความทรงจำ” จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานภาคีความร่วมมือ กว่า 12 หน่วยงาน ที่ผนึกกำลังมาร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน เรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการเกษตร กับวิทยากรมากประสบการณ์และเกษตรกรตัวจริงเสียงจริง ที่นำองค์ความรู้มาถ่ายทอดให้ผู้ที่เข้าร่วมวิชาของแผ่นดินและ Workshop ได้เรียนรู้เพื่อนำไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตกว่า 12 หลักสูตร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ทั้ง Onsite และ Online ทาง Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ อาทิ หลักสูตร “เกษตรพอเพียง สไตล์ลุงแสบ” หลักสูตร “ปลูกผัก ปลูกสุข ปลูกความทรงจำ” หลักสูตร “มหัศจรรย์พืชพื้นถิ่น “มะปี๊ดเมืองจันท์” หลักสูตร “จากโกโก้สู่ช็อกโกแลต” หลักสูตร “น้ำหมักชีวภาพจากหญ้าเนเปียร์” หลักสูตร “สบู่ทำมือ จากธรรมชาติ” เป็นต้น และอีกหนึ่งสีสันของงานคือ ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ที่รวมสินค้าเกษตรจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ฯ และเกษตรกรภาคีความร่วมมือทั่วประเทศกว่า 200 ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ปลอดภัย ผลิตภัณฑ์แปรรูปคุณภาพ พันธุ์ไม้ดอก ไม้ผล ไปจนถึงอาหารพื้นบ้านรสชาติอร่อย ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชม ช๊อป อย่างมีความสุขในราคาย่อมเยา และพิเศษกับกิจกรรม “ขาดทุน คือ กำไร” จำหน่ายสินค้าคุณภาพในราคาต่ำกว่าทุนเพื่อส่งต่อกำไรที่เรียกว่า “ความสุข” ให้กับสังคม เข้าชมฟรี พิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม พิพิธภัณฑ์ป่าดงพงไพร และพิพิธภัณฑ์ดินดล และพลาดไม่ได้กับกิจกรรมหล่อเหรียญที่ระลึกพระบรมรูป โดยกลุ่มศิลปิน “ให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา” ตลอดทั้ง 3 วัน พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย กล่าวเชิญชวนว่า “ขอเชิญทุกท่านมาร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านเรื่องราวและคำสอนที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนได้นำไปปรับใช้ในชีวิต พร้อมสืบสานพระราชปณิธานและต่อยอดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในงานมหกรรม “ในความทรงจำ” ระหว่างวันที่ 11–13 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00–17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จ.ปทุมธานี” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171, 094-649-2333 คลิกดูรายละเอียดได้ที่หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube : พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ
นิทรรศการ “72 ผู้สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามรอยพระราชา” โดยเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นำเสนอ 72 เรื่องราวบุคคลต้นแบบผู้สร้างแรงบันดาลใจ ในการสืบสานพระราชปณิธานแห่งความพอเพียงจากรุ่นสู่รุ่น นำเสนอ 6 ฐานการจัดแสดง ได้แก่ “โคก หนอง นา” ตามรอยกษัตรา การประยุกต์ใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อจัดการพื้นที่และใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่เหมาะกับทรัพยากรและภูมิสังคม “จากพ่อแม่สู่รุ่นลูก” เรื่องราวของพ่อแม่พาทำ ครอบครัววิถีเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ความสำเร็จของการสร้างความมั่นคงทางอาชีพและเศรษฐกิจระดับครอบครัว “จากครู สู่ ศิษย์” ครูพาทำพบบุคคลต้นแบบทั้งครูและลูกศิษย์ ผู้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตรสู่ประยุกต์ใช้ที่ประสบความสำเร็จ “นวัตกรรมพลังงานพึ่งตนเอง” ถ่ายทอดองค์ความรู้การนำนวัตกรรมพลังงานมาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร “พันธุกรรมพื้นบ้านสู่การดูแลสุขภาพ” ถ่ายทอดองค์ความรู้การดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก ผสานคุณประโยชน์จากพันธุกรรมพื้นบ้าน และ“การบริหารจัดการและการตลาด” แลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างความแตกต่างเพื่อสร้างเพิ่มมูลค่าเพิ่ม