พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดพิธีสดุดีพระเกียรติคุณ และน้อมรำลึก 65
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดพิธีสดุดีพระเกียรติคุณ และน้อมรำลึก 65
วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. โดย พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) โดย ผศ.ดร. รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านนวัตกรรมเกษตร วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งแวดล้อม และการให้บริการประชาชน โดยมีนางสาวสำเภาว์ งามเชย รองผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฝ่ายพัฒนา นายสุรวงศ์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการองค์การวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงาน พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมศาสตร์พระราชา ชั้น 2 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผยว่า “พกฉ. มีภารกิจในการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตรของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย สืบสาน รักษา ต่อยอด หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บริหารจัดการองค์กรให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน เครือข่ายและภาคีความร่วมมือ รวมถึงพันธมิตรในการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตร นวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งเน้นให้สังคมไทยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับประยุกต์ใช้ จึงเห็นความสำคัญของการสร้างความร่วมมือกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ อพวช. หรือ NSM ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันโครงการและกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมที่สามารถส่งต่อให้สังคมไทย รวมถึงการพัฒนาและผลิตบุคลากรด้านการศึกษาวิจัย และถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีคุณภาพพร้อมนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ เพื่อร่วมมือขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมเกษตร วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนในอนาคต”
ผศ.ดร. รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กล่าวว่า “NSM มีภารกิจในการส่งเสริมสังคมไทยให้เห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่อการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและประชาชนได้สนุกไปกับการค้นพบความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม การลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือระหว่าง อพวช. และ พกฉ.ในครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือและทรัพยากรของทั้งสององค์กรเพื่อพัฒนาบุคลากร กิจกรรม และแหล่งเรียนรู้ด้านการศึกษาวิจัย และการสื่อสารวิทยาศาสตร์ โดยจะมีการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมที่น่าสนใจเพื่อให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของธรรมชาติต่อไป”
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านนวัตกรรมเกษตร วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งแวดล้อม และการให้บริการประชาชน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ตลอดจนสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับเยาวชน เกษตรกร ประชาชนที่สนใจในด้านเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ พกฉ. และ อพวช. ต่างมีความคาดหวังร่วมกันโดยการใช้ทรัพยากร กิจกรรม และความสามารถจากทั้งสองหน่วยงานในการดำเนินการขับเคลื่อนตามภารกิจกรอบความร่วมมือที่กำหนดไว้เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่สังคม
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จัดพิธีสดุดีพระเกียรติคุณ และน้อมรำลึก 65
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรวิถีใหม่” ระหว่างวันที่ 6 – 7 พฤศจิกายน 2564 เอาใจคนรัก “ไม้ด่าง” ถ่ายทอดองค์ความรู้ไม้กระแสสร้างรายได้ ผ่านนิทรรศการ "ปลูกง่าย กินได้ สร้างรายได้" พบกับหลากหลายไอเดียการปลูกไม้กระแสรูปแบบใหม่ ใช้สอยพื้นที่สุดประหยัด จัดเต็มกับการอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ กว่า 10 หลักสูตร ชม ช้อป จุใจกับตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ของกินของใช้ส่งตรงจากสวนท้องถิ่น ต้นไม้ พันธุ์ไม้นานาชนิด ราคามิตรภาพ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี หรือรับชมภาพบรรยากาศงาน ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯพลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ตอบรับเสียงเรียกร้องจากผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ นำไอเดียจากไม้ด่าง และไม้กระแสต่างๆ ที่เป็นกิจกรรมสุดฮิตของหลายคนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 มาถ่ายทอดภายในงาน ที่นอกจากปลูกไว้ตกแต่งบ้านและสวนเพื่อให้ความร่มรื่นแล้ว ยังสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับใครอีกหลายคน แต่การจะปลูกต้นไม้ให้รอดไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ ต้องรู้จักต้นไม้ รู้จักดิน รู้จักน้ำ รู้จักแสงแดด รู้จักปุ๋ยที่จะใช้บำรุง นี่คือองค์ประกอบสำคัญของการทำการเกษตร ดังนั้นพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จึงขอรวบรวมองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาถ่ายทอดภายในงาน ให้ทุกคนทุกวัยสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิดในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันได้”โดยจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรวิถีใหม่” ระหว่างวันที่ 6 – 7 พฤศจิกายน 2564 ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการไม้กระแสสร้างรายได้ "ปลูกง่าย กินได้ สร้างรายได้" นำเสนอการปลูกไม้ ในกระแส ปลูก 1 อย่าง ได้ ประโยชน์ 4 อย่าง กินเป็นอาหาร ดื่มเป็นยาสมุนไพร ใช้ตกแต่งสวนสบายตา ขายสร้างรายได้เกิดอาชีพ ช่วยโลก ช่วยเรา ฟอกอากาศเพิ่มออกซิเจน รวบรวม และจัดแสดงพืชตระกูลบอน สารพัดว่าน กระบองเพชรกินได้ ไม้ด่าง เช่น เล็บครุฑด่าง อ่อมแซ่บด่าง พืชเกษตรในกระแส เช่น กระท่อม เผือก และไอเดียการปลูกไม้กระแสโดยใช้พื้นที่อันน้อยนิดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การปลูกไม้กระแส กลับหัว การปลูกไม้กระแสแบบคอนโด พร้อมแจกองค์ความรู้ เคล็ดลับการดูแลต้นไม้แบบไม่มีกั๊ก มาเที่ยวงานทั้งที ต้นไม้ดีๆก็มีแจก กับ กิจกรรม“ตอนกิ่งไม้กระแส” แลกซื้อต้นโพธิ์ทะเล 7 สี ในราคาเพียงต้นละ 20 บาท หรือร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในงานรับต้นโพธิ์ทะเล 7 สี ฟรีทันที (จำนวนจำกัด) เก็บเกี่ยวองค์ความรู้ด้านการเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบของการอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ จัดหนักจัดเต็มตลอด 2 วัน ในรูปแบบ Onsite จำกัดผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 20 คนต่อวิชา เพื่อลดความแออัด และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 และสามารถรับชมผ่านรูปแบบ Online ได้ทาง Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯชม ช้อป จุใจ เลือกซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตผลเกษตรอินทรีย์มีคุณภาพ ทั้งของกิน ของใช้ ผลิตภัณฑ์ แปรรูป ต้นไม้ โดยเกษตรกรผู้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต นำมาจัดจำหน่ายในราคามิตรภาพการจัดงานในครั้งนี้ยังคงคุมเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด โดยขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมชมงาน ตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้างาน เว้นระยะห่าง และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง หรือสามารถรับชมบรรยากาศภายในงานผ่านรูปแบบออนไลน์ได้ทาง Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ตลอดทั้ง 2 วันสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171, คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube : พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี ขอเชิญร่วมงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “สี สรรค์ เกษตร” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 8 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. พบกับแนวคิดการทำเกษตรที่สร้างสรรค์ผสมผสานในการทำเกษตรเพื่อการพึ่งตนเอง เกษตร D.I.Y. ไฮไลท์ไอเดียในงาน นำเสนอรูปแบบวิธีการจัดสรรพื้นที่ขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เพียงสามารถผลิตอาหารที่ปลอดภัย ในครัวเรือน แต่ยังช่วยสร้างคลังอาหารที่มีคุณค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิทยากร มากประสบการณ์ ที่พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้วิชาอบรมของแผ่นดิน และ Workshop ที่มีถึง 8 หลักสูตร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ชม ช้อป สินค้าแปรรูป ผลผลิตส่งตรงจากสวนเกษตรกร ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ จากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ กว่า 100 ร้านค้า พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เปิดเผยว่า “สี สรรค์ เกษตร” มีความหมายลึกซึ้ง โดย “สี” ในที่นี้ ไม่เพียงแต่หมายถึงสีสันของพืชพรรณ และผลผลิตทางการเกษตรที่มีความหลากหลายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสีในแง่มุมของศิลปะที่นำมาประยุกต์ใช้ในการนำเสนอแนวคิดการทำเกษตร เพื่อให้เกิดความน่าสนใจและดึงดูดผู้คน ส่วน “สรรค์” นั้นมาจากคำว่า “สร้างสรรค์” ซึ่งสื่อถึงการคิดค้นนวัตกรรม และวิธีการใหม่ๆ ในการทำเกษตรที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังช่วยเสริมสร้างความยั่งยืน และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าอีกด้วย งานนี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะและการเกษตร เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และความยั่งยืนในทุกมิติของการใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยภายในงานจะได้เรียนรู้การจัดสรรพื้นที่ขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับวิถีความเป็นอยู่และการสร้างคลังอาหารที่ปลอดภัยให้กับตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ภายในบ้านในการทำเกษตรแบบ DIY เช่น การปลูกผักจากวัสดุเหลือใช้ การปลูกผักในกระสอบ การปลูกผักในหม้อหุงข้าว และการปลูกผักในท่อพีวีซี เป็นต้น ซึ่งสามารถทำได้เอง เหมาะกับพื้นที่จำกัด และยังเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า นำมาจัดแสดงแบบจัดเต็มตลอด 2 วัน ส่งต่อไอเดียให้ผู้ที่สนใจ สู่การนำไปปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อการพึ่งตนเอง” นิทรรศการเกษตรเมืองเรื่องใกล้ตัว ถ่ายทอดองค์ความรู้การทำเกษตรเพื่อการพึ่งพาตนเอง เพื่อสร้างความมั่งคงทางอาหารให้กับครอบครัว โดยใช้พื้นที่จำกัด อาทิ การปลูกผักแนวตั้ง การปลูกผักกลับหัว การปลูกข้าววงบ่อ การเปลี่ยนกระถางเป็นของตกแต่งบ้าน และการปลูกพืชโดยใช้แสงเทียม เป็นต้น แลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากวิทยากรมากประสบการณ์ ที่มาถ่ายทอดแรงบันดาลใจพร้อมเทคนิคเคล็ดลับเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้ ผ่านการอบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการ 8 หลักสูตร ไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online ผ่าน Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ อาทิ หลักสูตร “โปรไบโอติกส์ สัญชาติไทย” โดยอาจารย์พิมพ์ใจ ดวงเนตร Down To Earth Farm Stay จ.ลำพูน หลักสูตร “บัตเตอร์ถั่ว”อาจารย์สุพัตรา ไชยชมภู เจ้าของเพจปูเป้ทำเอง กรุงเทพฯ หลักสูตร “หรีดสะดิ้ง โปรตีนอนาคต” อาจารย์ศิภิดา บุตรเมฆ ฮัท&ดา ฟาร์ม จ.ปทุมธานี หลักสูตร “บุปผชาติ สร้างอาชีพ” และ หลักสูตร “เครื่องหอมไทยวิถีชาววัง” อาจารย์ทัศพร พุ่มเจริญ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) กรุงเทพฯ เป็นต้น ชม ช้อป สินค้าแปรรูป ผลผลิตส่งตรงจากสวนเกษตรกร ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์จากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ กว่า 100 ร้านค้า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ เปิดเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ในหลวงรักเรา นิทรรศการขุมทรัพย์แห่งแผ่นดิน กิจกรรมเพาะ แจก แลก เปลี่ยน ส่งต่อพันธุ์ไม้ ให้กับผู้เข้าร่วมงานนำไปดูแลต่อที่บ้าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Line ID : @wisdomkingmuseum
ใครคิดว่า “เรื่องเกษตร” ต้องมีแค่ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ หรือเดินดูแปลงเกษตร อาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เพราะต้นเดือนกันยายนนี้ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปทุมธานี เตรียมยกเสน่ห์ของวิถีชนบทและภูมิปัญญาท้องถิ่น มาไว้ในงาน ตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “สีสัน ลีลา ภูมิปัญญาท้องทุ่ง” วันที่ 5–6 กันยายน 2569 เวลา 08.00–17.00 น. งานนี้ถ้าจะเรียกว่าเป็น “ตลาดของคนรักวิถีเกษตร” ก็คงไม่ผิดนัก เพราะนอกจากจะได้เดินช้อปผลผลิตและของดีจากเกษตรกรแล้ว ยังได้พูดคุยกับตัวจริงเสียงจริง แลกเปลี่ยนเคล็ดลับ และเรียนรู้ภูมิปัญญาที่หลายเรื่องหาอ่านจากตำราไม่ได้ พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯเผยถึงแนวคิดของงานครั้งนี้ว่า “งานนี้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นำผลผลิตองค์ความรู้ และประสบการณ์จากการลงมือทำจริงมาถ่ายทอดให้ประชาชนได้สัมผัส พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจด้านการเกษตรมาร่วมพบปะ พูดคุย และนำแนวคิดเหล่านี้กลับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พูดง่าย ๆ คือ งานนี้ไม่ได้ชวนมา “ดูเกษตร” อย่างเดียว แต่ชวนมา คุยกับคนทำจริง เรียนกับคนทำจริง และชิมของจากคนปลูกจริง จาก “ของกินในครัว” สู่ห้องเรียนภูมิปัญญา เพื่อนำแนวคิดและวิธีการทำเกษตรไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” หนึ่งในมุมที่น่าสนใจคือ นิทรรศการ “ศาสตร์แห่งรส จากภูมิปัญญา” ที่หยิบเรื่องใกล้ตัว “การถนอมอาหาร” มาเล่าใหม่ อาทิ ปลาแห้ง กล้วยตาก ผักดอง ปลาร้า แหนม กล้วยเชื่อม หรือผลไม้กวน ที่เราเห็นจนชินตา จริงๆแล้วซ่อนองค์ความรู้เอาไว้ไม่น้อย ตั้งแต่การใช้ยีสต์ รา และแบคทีเรีย ไปจนถึงบทบาทของเกลือ น้ำส้มสายชู และน้ำตาล สิ่งเหล่านี้คือ “เทคโนโลยีอาหารฉบับภูมิปัญญาชาวบ้าน” ที่คนรุ่นก่อนคิดค้นเพื่อยืดอายุอาหาร ลดการสูญเสียผลผลิต และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด เรื่องของ “เกลือ” ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเค็ม อีกหนึ่งนิทรรศการที่น่าแวะคือนิทรรศการ “เส้นทางเกลือ” ที่จะพาไปค้นพบว่าเกลือเม็ดเล็ก ๆ บนโต๊ะอาหาร เชื่อมโยงตั้งแต่วิถีชีวิต สุขภาพ ภูมิปัญญา ประวัติศาสตร์ และพระราชดำรัสเรื่องการแก้ไขปัญหาการขาดสารไอโอดีนตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญกับปัญหาการขาดสารไอโอดีน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ชวนเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่าน 4 เรื่องราว ได้แก่ เกลือคือชีวิต ไอโอดีน พลังเล็กเปลี่ยนโลก เส้นทางเกลือเส้นทางชีวิต และ เจ้าฟ้านักพัฒนา จากเกลือหนึ่งหยิบมือ จึงกลายเป็นเรื่องเล่าที่เชื่อมโยงไปถึงคุณภาพชีวิตของคนไทย อยากเรียนอะไร...เลือกเลย ฟรีกว่า 8 วิชา สายลงมือทำก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเดินดูอย่างเดียว เพราะรอบนี้มีทั้ง อบรมวิชาของแผ่นดินและ Workshop มากกว่า 8 วิชา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ หลักสูตร IoT Smart Farm Hybrid โดย อ.นิรันดร์ สมพงษ์ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.นครราชสีมา หลักสูตร“ร้อง เล่น เต้น ปลูก” โดย อ.พรรณพรหมพร เอี่ยมประชา จากสวนพรรณปันสุข จ.ปทุมธานี ที่จะทำให้เรื่องปลูกผักสนุกขึ้น ไปจนถึงสายจริงจังอย่าง หลักสูตร “พลิกโฉมการเพาะเห็ดในถุง ด้วยนวัตกรรมใหม่” โดย ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ด สายกินพบกับหลักสูตร “นักเก็ตธัญพืช” โดย อ.น้ำฝน วงศ์คำชัย จากสวนสองรักษ์ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.เลย และสายสุขภาพพบกับหลักสูตร “สุขภาพดี วิถีล้านนา” โดย อ.สิริลักษณ์ ทองศิริ เจ้าของบ้านจันทร์แจ่มโฮมสปา จ.เชียงใหม่ เป็นต้น งานนี้ครบตั้งแต่ “ปลูก–ปรุง–สุขภาพ” ไปจนถึง “Smart Farm” ครบจบในงานเดียว เรียนกันแล้วก็ต้องมีเวลาช้อป เพราะพื้นที่ตลาดแห่งนี้ได้นำ สินค้าเกษตร อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ทั่วประเทศกว่า 100 ร้านค้า ซึ่งเสน่ห์ของตลาดแห่งนี้อาจไม่ใช่แค่การเดินซื้อของ แต่คือการได้รู้ว่า “ของชิ้นนี้มาจากไหน ใครเป็นคนทำ และกว่าจะกลายเป็นสินค้าที่อยู่ตรงหน้า ต้องผ่านอะไรมาบ้าง บางร้านอาจได้สูตรกลับบ้าน บางร้านอาจได้ไอเดียสร้างอาชีพ หรือบางคนอาจได้แรงบันดาลใจให้กลับไปลองปลูก ลองทำ และเริ่มพึ่งพาตัวเองจากเรื่องเล็ก ๆนอกจากนี้ยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ภายในอาคาร และรับชม ภาพยนตร์ 3 มิติ ฟรี ตลอดการจัดงานอีกด้วย สุดสัปดาห์นี้ อยากชวนทุกคนมาลองเปลี่ยนบรรยากาศ มาสัมผัสกลิ่นอายวิถีท้องทุ่ง ชิมของอร่อยจากเกษตรกร เรียนรู้เรื่องใกล้ตัวที่อาจไม่เคยรู้ และหอบภูมิปัญญากลับบ้านกันสักวัน ในงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “สีสัน ลีลา ภูมิปัญญาท้องทุ่ง” 5–6 กันยายน 2569 08.00–17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดปทุมธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-529-2212-13 และ 087-359-7171 หรือติดตามข้อมูลผ่านเว็บไซต์ Facebook และ YouTube ของพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ งานนี้เข้าฟรี ได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งช้อป ได้ทั้งความรู้ และอาจทำให้พบว่า “ภูมิปัญญาท้องทุ่ง” สนุกและได้อะไรมากกว่าที่คิด
วันที่ 4 – 5 พฤษภาคมนี้ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี ชวนเที่ยวงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เรื่องข้าวชาวเกษตร” จัดเต็มองค์ความรู้ด้านข้าว เรียนรู้ความสำคัญของข้าวที่เป็นอาหารหลักของคนไทย ที่เชื่อมโยงวิถีเกษตรไทย วัฒนธรรมที่อยู่คู่กับคนไทย มาอย่างยาวนาน ภายในงานพบกับนิทรรศการ “เรื่องเล่าของข้าว จากปลูกสู่ปาก” บอกเล่าความสำคัญ ของพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นิทรรศการ “จากเมล็ดข้าวสู่ขนมปัง” การแปรรูปข้าวเป็นแป้งขนมปังในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการแปรรูปข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ พร้อมการอบรมวิชา ของแผ่นดินและการอบรมเชิงปฏิบัติการ 8 วิชา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ชม ช้อป สินค้าผลิตเกษตรจากเครือข่าย และภาคีความร่วมมือทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. พลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า “การเกษตรถือเป็นรากฐานสำคัญของประเทศไทย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ เลือกเพาะปลูกข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย ที่อยู่กับวิถีชีวิตคนไทยมาโดยตลอด และในทุกๆ ปี ประเทศไทยจะมีพระราชพิธีอันเป็นมงคลแห่งการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก คือ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรชาวไทย ซึ่งจัดขึ้นช่วงเดือนหก หรือประมาณเดือนพฤษภาคมของทุกปี เพื่อเป็น การเชิดชูเกียรติเกษตรกรไทย พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จึงจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เรื่องข้าวชาวเกษตร” ขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนำเสนอสินค้า ผลผลิตปลอดภัย ไปสู่ประชาชนคนไทยต่อไป” ภายในงานนำเสนอองค์ความรู้จาก นิทรรศการ “เรื่องเล่าของข้าว จากปลูกสู่ปาก” จัดแสดงความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าวพื้นบ้านของไทยที่อุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร และประโยชน์มากมาย นิทรรศการจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ “จากเมล็ดข้าวสู่ขนมปัง” การสร้างสรรค์และยกระดับข้าวพื้นบ้าน สู่การแปรรูปข้าว เพื่อเพิ่มมูลค่า พลาดไม่ได้กับการอบรมวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการกว่า 8 หลักสูตร เรียนรู้ได้ทั้ง Onsite และ Online ฟรี อาทิ หลักสูตรเส้นทางข้าวไทย โดยอาจารย์แก่นคำหล้า พิลาน้อย กลุ่มชาวนาไทอีสาน จ.ยโสธร หลักสูตร เตาหุงข้าวพลังแสงอาทิตย์ โดยอาจารย์คมสัน หุตะแพทย์ ผู้อำนวยการชุมชนนิเวศสันติวนา กรุงเทพฯ หลักสูตรสู้ภัยแล้ง ด้วยธนาคารน้ำใต้ดิน อาจารย์จรังศรี มาดีสุขสถิตย์ เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จ.ชัยภูมิ เป็นต้น ชม ชิม ช้อปสินค้าเกษตรปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กว่า 100 ร้านค้า จุใจ ทั้งของกิน ของใช้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ต้นไม้พันธุ์ไม้ โดยเกษตรกรเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ในราคามิตรภาพ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Line ID : @wisdomkingmuseum
มหกรรมสืบสานงานพ่อ