งานตลาดเดือนกุมภาพันธ์ 66
งานตลาดเดือนกุมภาพันธ์ 66
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ขยายเวลารับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ “ปลูกผักกินฟรี ช่วยเหลือผู้ประสบภัยโควิด - 19” ขอเชิญชวนผู้ที่ประสบภัยจากสถานการณ์โควิด – 19 หรือประชาชนทั่วไป สมัครเข้าร่วมโครงการฯ เปลี่ยนพื้นที่เรียนรู้ภายในพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เป็นแปลงฝึกปฏิบัติปลูกผักกินเอง เรียนรู้ 50 วัน เปิดรับสมัครจำนวนจำกัด เพียง 30 ท่าน ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 – 27 มีนาคม 2564 ![]()
![]()
โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการเตรียมดินการเพาะเมล็ด วิธีการปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตและนอกจากนี้ผลผลิตที่เกิดจากโครงการฯ จำนวนร้อยละ 30 จะถูกนำไปใส่ไว้ใน ตู้ปันผัก เพื่อส่งต่อผลผลิตผักอินทรีย์ปลอดภัย ไปยังประชาชน หรือผู้ที่ประสบภัยจากโควิด-19 เพื่อนำไปรับประทาน หรือนำไปประกอบอาหาร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และอีกร้อยละ 70 จัดสรรผลผลิตจากโครงการฯ ให้กับผู้ที่รับผิดชอบดูแลผลผลิต สามารถนำไปรับประทานเอง หรือแบ่งปัน หรือนำไปจำหน่ายให้เกิดรายได้ต่อไป ![]()
สนใจสมัคร คลิก
งานตลาดเดือนกุมภาพันธ์ 66
สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ จัดแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยเกียรติยศ ประจำปี 2565
ประกาศ หลักเกณฑ์โครงการประกวดผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรYoung Agri Future ปี 2569สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ************************************************************************************ การพัฒนานวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีภาคการเกษตร คือ องค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรและห่วงโซ่อุปทาน โดยการบูรณาการวิถีเกษตรเข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้การเกษตรสามารถขยายตัวได้กว้างขึ้น ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ จะส่งผลกระทบไปยังเกษตรกรและประชากรทุกคน เพราะการใช้นวัตกรรมเกษตรเป็นปัจจัยในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเกษตรอย่างมาก การพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตร จึงเป็นหนึ่งในกลไกของการพัฒนาเศรษฐกิจ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ตามแนวพระราชดำริและศาสตร์พระราชา ที่จะส่งผลให้การทำเกษตรกรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางด้านการเกษตรมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าในการผลิต สามารถตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ ในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพและโอกาสในการพัฒนา ขยายผล และสามารถต่อยอดในเชิงธุรกิจและการแข่งขันได้ในระดับสากล สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดจัดทำโครงการประกวดผลงานนวัตกรรม และเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร Young Agri Future ปี 2569 เพื่อส่งเสริม และต่อยอด การพัฒนาและยกระดับนวัตกรรมและการเกษตรให้มีความคุ้มค่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การทำเกษตรกรรม เกิดการเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นอุตสาหกรรมภาคการเกษตรที่ยั่งยืน ทั้งในด้านการใช้ความรู้ ความคิด และความสามารถ ผสานภูมิปัญญา ท้องถิ่น และหลักวิชาการในการคิดสร้างสรรค์ โดยเป็นโครงการต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ อีกทั้งยังส่งเสริมและกระตุ้นความสนใจให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษา Young Smart Famer กลุ่มเกษตรกร และเกษตรกรที่เกี่ยวข้องที่มีความสนใจในการคิด สร้างสรรค์ และพัฒนาผลงานนวัตกรรมทางการเกษตร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการจุดประกายและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาด้านการเกษตรของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นอุตสาหกรรมภาคการเกษตรที่ยั่งยืน ในการนี้ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องด้านการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตร และที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการขยายผลไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ทั้งด้านองค์ความรู้ และ ภูมิปัญญา รวมทั้งการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน อีกทั้ง เพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ และภาคเอกชน อย่างต่อเนื่อง จึงได้กำหนดจัดทำโครงการประกวดผลงานนวัตกรรม และเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร Young Agri Future ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 เพื่อค้นหานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการด้านการเกษตรสู่โอกาสในการพัฒนา ขยายผล และการต่อยอดทางธุรกิจภาคการเกษตรต่อไป ในการนี้ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จึงประกาศหลักเกณฑ์โครงการการประกวดผลงานนวัตกรรม และเทคโนโลยีภาคการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง กับภาคการเกษตร ดังนี้ 1.คุณสมบัติ 1.1 ผู้เข้าร่วมการประกวด ดังนี้ 1.1.1 เกษตรกร และประชาชนทั่วไป หรือ Young Smart Famer หรือ Smart Famer หรือวิสาหกิจชุมชนด้านการเกษตร หรือ กลุ่มองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร (มีหน่วยงานราชการหรือองค์กรเอกชนรับรอง) 1.1.2 เยาวชน นักเรียน (มัธยมศึกษา - ปวช.) สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน 1.1.3 นิสิต นักศึกษา (ปวส. , อนุปริญญาตรี - ปริญญาตรี) สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน 1.2 ผู้เข้าร่วมการประกวดต้องส่งผลงานสมัครเข้าประกวดในลักษณะทีม ทีมละไม่น้อยกว่า 3 คน และไม่เกิน 5 คน พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาจำนวน 1 คน โดยผู้เข้าร่วมทีมแต่ละคนสามารถเข้าร่วมได้ 1 ทีมเท่านั้น 1.3 ผู้เข้าร่วมการประกวดสามารถส่งผลงานได้จำนวน 1 ผลงาน ต่อ 1 ทีม 2.หลักฐานการรับสมัคร 2.1 ใบสมัครที่กรอกข้อมูลครบถ้วน สามารถดาวน์โหลดได้ทาง www.wisdomking.or.th 2.2 หลักฐานแสดงยืนยันตัวตน กลุ่มองค์กร หากเป็นนักเรียนมัธยม ปวช. นิสิต นักศึกษา ผู้กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการคึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ได้แก่ บัตรประจำตัวนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือหลักฐานอื่นที่แสดงสถานะ 2.3 หนังสือรับรองผลงานที่ส่งเข้าประกวด จากสถาบันการศึกษา บุคคล หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ 2.4 สำเนาบัตรประชาชน 3.หลักเกณฑ์การประกวด 3.1 ผู้เข้าประกวดจัดส่งเอกสารแบบฟอร์มการสมัคร พร้อมแนวความคิด Concept และรายละเอียดข้อเสนอการจัดทำนวัตกรรม ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตร: เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิตเกษตรไทยยั่งยืน” ไฟล์เอกสารใบสมัคร/โครงการประกวด ตัวอักษร TH Sarabun Psk ขนาด 16 pt จำนวนรวม ไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 3.2 ต้องเป็นผลงานใหม่ และต้องไม่คัดลอกเลียนแบบที่ใดมาก่อน หรือหากเป็นโครงการเดิมที่นำมาต่อยอด พัฒนา จะต้องได้รับการยืนยันจากสถาบันหน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้องเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจนเพื่อยื่นเสนอแก่คณะกรรมการพิจารณา 3.3 คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกทีมผู้ที่ผ่านเข้ารอบจาก Concept และรายละเอียดข้อเสนอการจัดทำนวัตกรรม 3.4 ผลงานนวัตกรรมเกษตรที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ผู้ส่งผลงานจะต้องจัดส่งรายละเอียดตามแบบฟอร์ม คลิป หรือวิดีทัศน์การนำเสนอผลงาน และการสาธิตขั้นตอน วิธีการของนวัตกรรมดังกล่าวให้แก่คณะกรรมการหรือที่คณะกรรมการกำหนด ความยาวไม่เกิน 5 นาที เพื่อพิจารณาผลงานที่ได้รับรางวัล 3.5 คลิปนำเสนอผลงาน เครดิตท้ายผลงาน (End Credit) ต้องมีโลโก้หน่วยงานผู้สนับสนุนตามที่สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. กำหนด 3.6 ผลงานนวัตกรรมที่ส่งเข้าประกวด ผู้ส่งเข้าประกวดต้องเป็นผู้เตรียมอุปกรณ์ดำเนินการผลิต หรือประสานส่วนที่เกี่ยวข้องเองทั้งหมด 3.7 ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อลิขสิทธิ์ของข้อมูล ได้แก่ ข้อมูลเนื้อหา ภาพ เสียง คลิปวิดีโอ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง หรือข้อมูลอื่นใดที่ใช้ในการดำเนินการผลิตผลงาน โดยต้องไม่เป็นการละเมิดกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา และมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างชัดเจน รวมทั้งต้องไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (Personal Data Protection Act: PDPA) หากภายหลังพบว่ามีการละเมิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ และละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล แอบอ้าง ผู้ส่งผลงานเข้าประกวด จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น 3.8 หากพบว่ามีการร้องเรียน หรือพิสูจน์ได้ภายหลังว่าผลงานนวัตกรรมที่ส่งเข้าประกวดมิใช่ของผู้ส่งผลงาน หรือมีการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้จัดการประกวดมีสิทธิ์ในการเรียกคืนรางวัลหรือตัดสิทธิ์การรับรางวัล ทั้งนี้ ผู้จัดการประกวดจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่ากรณีใด ๆ ต่อการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น 3.9 คลิปผลงานที่ผ่านการคัดเลือก จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมโหวตรางวัลนวัตกรรมการเกษตรขวัญใจมหาชน (POPULAR VOTE) โดยนับคะแนนจากยอดผู้เข้าชมสูงสุด (VIEW) คะแนนโหวตจะไม่นำมารวมกับคะแนนในการตัดสินผลงานดังกล่าว 3.10 คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกผลงานนวัตกรรมจาก 3 ระดับกลุ่มเป้าหมาย ระดับละ 9 ผลงาน โดยผู้ส่งผลงานที่ได้รับการคัดเลือกตกลงให้สิทธิแก่สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) หรือ พกฉ. ในการนำผลงานดังกล่าวไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ ตามที่ พกฉ. เห็นสมควร โดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทนและไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 3.11 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ส่งมาเพื่อใช้ในการแข่งขันจะถือว่าผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้ยินยอมในการให้ใช้ข้อมูลได้โดยไม่ละเมิดพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 3.12 การตัดสินของคณะกรรมการถือว่าเป็นการสิ้นสุด 4.หลักเกณฑ์การพิจารณาผลงานที่ส่งเข้าประกวดในประเด็นต่อไปนี้ 4.1 พัฒนาการผลิตและประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าในการผลิต 4.2 ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง 4.3 ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและรักษาสภาพแวดล้อม 4.4 ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ตามแนวพระราชดำริและศาสตร์พระราชา 4.5 ต่อยอดพัฒนาด้วยการวิจัยและนวัตกรรม สามารถต่อยอดในเชิงธุรกิจและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล 5.รางวัลการประกวด แบ่งเป็น 3 ระดับ 5.1 ประเภทเกษตรกร และประชาชนทั่วไป • ชนะเลิศ ถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล 70,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 1 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 2 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท • รางวัลชมเชย 1 รางวัล เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท • รางวัลนวัตกรรมขวัญใจมหาชน (POPULAR VOTE) โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท 5.2 ประเภทมัธยมศึกษา/ เยาวชน นักเรียน (มัธยมศึกษา-ปวช.) สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน • ชนะเลิศ ถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล 70,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 1 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 2 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท • รางวัลชมเชย 1 รางวัล เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท • รางวัลนวัตกรรมขวัญใจมหาชน (POPULAR VOTE) โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท 5.3 ประเภทอุดมศึกษา /นิสิต นักศึกษา (ปวส. - อนุปริญญา - ปริญญาตรี) สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน • ชนะเลิศ ถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล 70,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 1 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท • รองชนะเลิศอันดับ 2 โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท • รางวัลชมเชย 1 รางวัล เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท • รางวัลนวัตกรรมขวัญใจมหาชน (POPULAR VOTE) โล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท ผลงานที่ได้รับการคัดเลือก มีโอกาสในการได้รับทุนวิจัยเพื่อพัฒนาต้นแบบ หรือการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ สำหรับผลงานที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาให้ทุนวิจัยของ สวก. ในวงเงินมูลค่ารวม 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาท) 6.กำหนดการประกวด 6.1 เปิดรับสมัคร และจัดส่งหลักฐานการสมัคร พร้อมแนวความคิด Concept และรายละเอียดข้อเสนอการจัดทำนวัตกรรม ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตร : เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิต เกษตรไทยยั่งยืน” ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 10 กันยายน 2569 สามารถดาวน์โหลดเอกสารหลักฐานการสมัครและส่งผลงาน ได้ที่ https://dg.th/awoh2iv7cr 6.2 ประกาศผลการคัดเลือกผลงานที่เข้ารอบ ภายในวันที่ 20 กันยายน 2569 ผ่านทาง www.wisdomking.or.th 6.3 จัดกิจกรรม Work shop ทีมที่ผ่านเข้ารอบ วันที่ 26 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุมศาสตร์พระราชา ชั้น 2 พกฉ. 6.4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบจัดส่งข้อมูลรายละเอียด คลิป หรือวิดีทัศน์การนำเสนอผลงานและสาธิตการดำเนินงาน วิธีการของนวัตกรรมดังกล่าว ให้แก่คณะกรรมการหรือที่คณะกรรมการกำหนดความยาวไม่เกิน 5 นาที เพื่อพิจารณาผลงานที่ได้รับรางวัล ภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ผ่านทาง www.wisdomking.or.th 6.5 เปิดให้ประชาชนทั่วไป ร่วมโหวตรางวัลผลงานนวัตกรรมขวัญใจมหาชน (POPULAR VOTE) ระหว่างวันที่ 13 - 20 พฤศจิกายน 2569 (ปิดรับการโหวต เวลา 24.00น.) ผ่านทาง www.youtube.com/@wisdomkingmuseum 6.6 ทีมที่ผ่านเข้ารอบนำเสนอผลงาน ทีมละ 2 นาที ในวันที่ 3 ธันวาคม 2569 พร้อมประกาศผลการตัดสินและมอบรางวัล ณ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) 6.7 ติดต่อสอบถามรายละเอียดการประกวดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายจัดการประกวดสำนักพัฒนากิจการ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 0-2529-2212-3 หรือ 065-0936-979 โทรสาร 0-2529-2214 หรือ E-mail: Chonniphat.j@wisdomking.or.th ใบสมัครโครงการประกวดนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตรฯ YOUNG AGRI FUTURE 2569 ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตร: เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิต เกษตรไทยยั่งยืน” ดาวน์โหลด แบบฟอร์ม ข้อเสนอรายละเอียดโครงการประกวดนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตรฯ YOUNG AGRI FUTURE 2569 ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมเกษตร: เพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิต เกษตรไทยยั่งยืน” ดาวน์โหลด
จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “ศาสตร์เกษตร”
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอเชิญร่วมงาน “จากพันธุกรรม สู่ความยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 4 – 6 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา เวลา 08.00 – 17.00 น. เพื่อเทิดพระเกียรติและเรียนรู้ความสำคัญของพันธุกรรมท้องถิ่นอันเป็นมรดกของแผ่นดิน ตามรอยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา 2 เมษายน 2568 ชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ นิทรรศการจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ และหน่วยงานภาคีความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พร้อมเปิดอบรมหลักสูตรวิชาของแผ่นดิน 12 หลักสูตร ตลอดทั้ง 3 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และ ชม ชิม ช็อป ผลผลิตตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปคุณภาพโดยเกษตรกรเครือข่ายฯ ทั่วประเทศกว่า 200 ร้านค้า พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวถึงความสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ว่า “ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ทรงเป็นองค์ประธานในการขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ หรือ อพ.สธ. ธ ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทย ตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ยิ่งในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับปัญหาด้านความมั่งคงทางอาหารที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์ การรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมจึงถือเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันดูแล การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นการสะท้อนให้ทุกคนได้รู้ถึงความสำคัญของพันธุกรรมท้องถิ่นทั้งพืชและสัตว์ อันเป็นหัวใจหลักของความมั่นคงทางโภชนาการและเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ การรักษาสมดุลของระบบนิเวศไปพร้อมกับการเรียนรู้และพัฒนาเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่งคงทางอาหารที่ยั่งยืนให้กับมนุษยชาติต่อไป” ชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “70 พรรษา พระบารมีแห่งเจ้าฟ้านักพัฒนา” ผู้ทรงคุณูปการด้านโภชนาการและพันธุกรรม นำเสนอเรื่องราว “เจ้าฟ้านักโภชนาการ” ที่ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษา ค้นคว้า ส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาโภชนาการให้กับประชาชนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ประสบปัญหาขาดแคลนอาหารและภาวะทุพโภชนาการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ พร้อมชมนิทรรศการจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ “พันธุกรรม มรดกชีวิต มรดกแผ่นดิน” ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของพันธุกรรมซึ่งเปรียบเสมือนมรดกที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม การรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อส่งต่อให้กับคนรุ่นหลังได้มีกิน มีใช้ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารในกับสังคมไทย นำเสนอผ่าน 10 ฐานนิทรรศการ เช่น นิทรรศการ “108 พันธุ์ว่าน” นิทรรศการ “จากเมล็ดพันธุ์สู่จานข้าว” นิทรรศการ พืชสมุนไพร “รากแห่งภูมิปัญญา” นิทรรศการ “ผักพื้นบ้าน อาหารชุมชน” และนิทรรศการ “ซุปเปอร์เชฟ ซุปเปอร์พันธุกรรม” เป็นต้น และนิทรรศการ “สนองพระราชปณิธาน เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรไทยสืบไป” จากหน่วยงานความร่วมมือ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา กว่า 15 หน่วยงาน อาทิ กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมหม่อนไหม สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นต้น กิจกรรมพิเศษที่ไม่ควรพลาด Wisdom Craft Coffee พบเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ และร้านกาแฟกว่า 20 ร้าน ที่รวมตัวกันมาประชันฝีมือโชว์ดริปกาแฟให้คอกาแฟได้ชิมกันแบบจุใจ และพิเศษสำหรับท่านที่ช็อปเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายในโซนร้านกาแฟทั้ง 20 ร้าน ครบ 200 บาท รับของที่ระลึกพิเศษ “แก้วน้องดู้สุด cute” “คลินิกพันธุกรรม” พร้อมรับให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการปลูก ดูแล และรักษาพืชพรรณโดยเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ วงเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เรื่อง “พันธุกรรมพืช สร้างชีวิต” กับผู้รู้ที่มากด้วยประสบการณ์จากหลากหลายแขนง พิธีมงคลเจริญพระพุทธมนต์และสวดสักกัตวา 108 จบ น้ำมันพุทธมนต์ว่าน 108 เปิดเข้าชมฟรี 3 พิพิธภัณฑ์ และนิทรรศการใหม่แกะกล่อง “Echoes of Life เสียงแห่งทรัพยากร” สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี Projection Mapping ที่ชวนค้นหาความมหัศจรรย์ของทรัพยากรธรรมชาติ และ Highlight สำคัญ ดื่มด่ำไปกับ Immersive Art พรรณไม้ในพระนามาภิไธยและสัตว์สงวนใกล้สูญพันธุ์ ภายในพิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม ร่วมอบรมเรียนรู้วิชาของแผ่นดิน 12 หลักสูตร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ หลักสูตร “เกษตรร้อยเดียว เปลี่ยนชีวิต” หลักสูตร “ป่ามั่งคั่ง พันธุกรรมยั่งยืน” หลักสูตร “สวนฮักสกล สไตล์” จ.สกลนคร หลักสูตร “เวชศาสตร์วิถีชีวิต : Lifestyle Medicine” จากอาจารย์พิมพ์ใจ ดวงเนตร “Down To Earth Farm Stay” หลักสูตร “โภชนโอสถไทย” โดยพระมหาขวัญชัย อคฺคชโย “ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรไทย วัดคีรีวงก์” จ.ชุมพร หลักสูตร “ยางนา : มูลค่าดั่งทอง” หลักสูตร “ทำเกษตรมีกิน 7 ชั่วโคตร” และอีกหลายหลักสูตรที่น่าสนใจ ชม ช็อป สินค้าในตลาดเศรษฐกิจพอเพียง กว่า 200 ร้านค้า พื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สินค้า ผลผลิตเกษตรปลอดภัยที่คัดสรรมาให้เลือกซื้อ สมุนไพรไทย ต้นไม้นานาพันธุ์ ผักพื้นบ้าน ผลไม้ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงอาหารพื้นบ้านทั้ง 4 ภาค ในราคาเป็นกันเอง ขอเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงรักษาไว้ซึ่งพันธุกรรมอันเป็นมรดกสำคัญของชาติไทยในงาน “จากพันธุกรรม สู่ความยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 4 – 6 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ face book @wisdomkingmuseum และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ
รับเสด็จพระเทพ