พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ “ดอนนายาง บ้านพิมาน” จังหวัดนครพนม
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ “ดอนนายาง บ้านพิมาน” จังหวัดนครพนม
วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จังหวัดปทุมธานี ให้การต้อนรับคณะ โรงเรียนบุญคุ้มราษฎร์บำรุง จ.ปทุมธานี โรงเรียนหินกองวิทยาคม จ.สระบุรี สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จ.ปทุมธานี และสถาบันเกษตราธิการ กทม. เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการเรียนรู้พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงเรียนรู้เรื่องราวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา ผ่านนิทรรศการหลักการทรงงาน นิทรรศการวิถีเกษตรของพ่อ นิทรรศการเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง และนิทรรศการตลาดเก่าชาวเกษตร ตามด้วยเข้าชมพิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์พันธุกรรม พิพิธภัณฑ์ดินดล จากนั้นไปสนุกสนานกับกิจกรรมสร้างสรรค์ความคิดที่ช่วยเสริมสร้างทักษะการคิด การทำงานเป็นทีม และรับชมภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน 3 มิติ นอกจากนั้นทางคณะยังได้ลงมือฝึกปฏิบัติการขยายพันธุ์พืช(แบบควบแน่น) การทำนาดำ และนาโยนกล้า ที่สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ได้จริง อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีในการทำเกษตรในกับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย
สำหรับหน่วยงานที่สนใจเข้าทำกิจกรรมในรูปแบบหมู่คณะ สามารถดูหลักสูตรต่างๆได้ที่ https://www.wisdomking.or.th/views/course
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เปิดศูนย์เรียนรู้ฯ “ดอนนายาง บ้านพิมาน” จังหวัดนครพนม
งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2566
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ร่วมจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการเกษตร สู่การพึ่งพาตนเอง ในงาน “รักชาติ เฟสติวัล” ครั้งที่ 9 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “เรียนรู้อดีต เข้าใจปัจจุบัน ก้าวทันอนาคต” โดยมี พลอากาศเอก พิทูร เจริญยิ่ง รองเสนาธิการทหาร ผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิด ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ได้นำเสนอองค์ความรู้ผ่านนิทรรศการเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยด้านการเกษตร ตลอดจนประชาสัมพันธ์ภารกิจ การให้บริการ และหลักสูตรการเรียนรู้ของพิพิธภัณฑ์แก่ผู้เข้าชมงาน ทั้งนี้ ภายในงานได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา คณะอาจารย์ และนักเรียน ที่เข้าร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการ พร้อมสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรม การเข้าชม และหลักสูตรการเรียนรู้ของพิพิธภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับนิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 4 – 6 สิงหาคม 2569 ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี
พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรวิถีใหม่” ระหว่างวันที่ 6 – 7 พฤศจิกายน 2564 เอาใจคนรัก “ไม้ด่าง” ถ่ายทอดองค์ความรู้ไม้กระแสสร้างรายได้ ผ่านนิทรรศการ "ปลูกง่าย กินได้ สร้างรายได้" พบกับหลากหลายไอเดียการปลูกไม้กระแสรูปแบบใหม่ ใช้สอยพื้นที่สุดประหยัด จัดเต็มกับการอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ กว่า 10 หลักสูตร ชม ช้อป จุใจกับตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ของกินของใช้ส่งตรงจากสวนท้องถิ่น ต้นไม้ พันธุ์ไม้นานาชนิด ราคามิตรภาพ ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ปทุมธานี หรือรับชมภาพบรรยากาศงาน ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯพลอากาศเอก เสนาะ พรรณพิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า “พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ตอบรับเสียงเรียกร้องจากผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ นำไอเดียจากไม้ด่าง และไม้กระแสต่างๆ ที่เป็นกิจกรรมสุดฮิตของหลายคนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 มาถ่ายทอดภายในงาน ที่นอกจากปลูกไว้ตกแต่งบ้านและสวนเพื่อให้ความร่มรื่นแล้ว ยังสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับใครอีกหลายคน แต่การจะปลูกต้นไม้ให้รอดไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ ต้องรู้จักต้นไม้ รู้จักดิน รู้จักน้ำ รู้จักแสงแดด รู้จักปุ๋ยที่จะใช้บำรุง นี่คือองค์ประกอบสำคัญของการทำการเกษตร ดังนั้นพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ จึงขอรวบรวมองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาถ่ายทอดภายในงาน ให้ทุกคนทุกวัยสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิดในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจำวันได้”โดยจัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “เกษตรวิถีใหม่” ระหว่างวันที่ 6 – 7 พฤศจิกายน 2564 ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการไม้กระแสสร้างรายได้ "ปลูกง่าย กินได้ สร้างรายได้" นำเสนอการปลูกไม้ ในกระแส ปลูก 1 อย่าง ได้ ประโยชน์ 4 อย่าง กินเป็นอาหาร ดื่มเป็นยาสมุนไพร ใช้ตกแต่งสวนสบายตา ขายสร้างรายได้เกิดอาชีพ ช่วยโลก ช่วยเรา ฟอกอากาศเพิ่มออกซิเจน รวบรวม และจัดแสดงพืชตระกูลบอน สารพัดว่าน กระบองเพชรกินได้ ไม้ด่าง เช่น เล็บครุฑด่าง อ่อมแซ่บด่าง พืชเกษตรในกระแส เช่น กระท่อม เผือก และไอเดียการปลูกไม้กระแสโดยใช้พื้นที่อันน้อยนิดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การปลูกไม้กระแส กลับหัว การปลูกไม้กระแสแบบคอนโด พร้อมแจกองค์ความรู้ เคล็ดลับการดูแลต้นไม้แบบไม่มีกั๊ก มาเที่ยวงานทั้งที ต้นไม้ดีๆก็มีแจก กับ กิจกรรม“ตอนกิ่งไม้กระแส” แลกซื้อต้นโพธิ์ทะเล 7 สี ในราคาเพียงต้นละ 20 บาท หรือร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในงานรับต้นโพธิ์ทะเล 7 สี ฟรีทันที (จำนวนจำกัด) เก็บเกี่ยวองค์ความรู้ด้านการเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบของการอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการ จัดหนักจัดเต็มตลอด 2 วัน ในรูปแบบ Onsite จำกัดผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 20 คนต่อวิชา เพื่อลดความแออัด และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 และสามารถรับชมผ่านรูปแบบ Online ได้ทาง Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯชม ช้อป จุใจ เลือกซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตผลเกษตรอินทรีย์มีคุณภาพ ทั้งของกิน ของใช้ ผลิตภัณฑ์ แปรรูป ต้นไม้ โดยเกษตรกรผู้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต นำมาจัดจำหน่ายในราคามิตรภาพการจัดงานในครั้งนี้ยังคงคุมเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด โดยขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมชมงาน ตรวจวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนเข้างาน เว้นระยะห่าง และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง หรือสามารถรับชมบรรยากาศภายในงานผ่านรูปแบบออนไลน์ได้ทาง Facebook พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ตลอดทั้ง 2 วันสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171, คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube : พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ
วันที่ 15 ธ.ค. 2565 นางสาวสำเภาว์ งามเชย รองผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฝ่ายพัฒนา พร้อมด้วยนางสาวจุฑามาศ ทองชมพูนุช ผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศและการสื่อสาร เข้าร่วมงานแถลงข่าว "โครงการส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี พ.ศ. 2566" โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเตรียมของขวัญปีใหม่ เพื่อมอบให้เกษตรกรและประชาชนทั้งรูปแบบสินค้าและบริการ ซึ่งจะเป็นการส่งความสุขตลอดเวลาประมาณ 1 เดือน ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 16 มกราคม 2566 นอกจากจะเป็นการส่งมอบผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพแล้วยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้เกิดการใช้จ่าย จากการซื้อผลผลิตทางการเกษตรทั้งสดและแปรรูป ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเกษตร รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ของใช้ ซึ่งล้วนแต่เป็นสินค้าที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ส่งตรงจากพี่น้องเกษตรกรจากทุกภาคทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ ยังส่งมอบความสุข จากการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรที่สวยงาม และได้รับความรู้ด้านการเกษตรด้วย ในส่วนพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี ร่วมมอบความสุขให้คนไทยผ่านโครงการ “ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี พ.ศ. 2566” ผ่าน 2 กิจกรรมให้ประชาชนได้เข้าร่วม ดังนี้1. กิจกรรม เพิ่มสุขปีใหม่ เที่ยวทั่วไทย สุขใจไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบกับความสุขและประสบการณ์ดีๆ จากการเข้าชมและเรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียงกับพิพิภัณฑ์การเกษตรฯ ระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2565 – 15 มกราคม 2566 ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ผ่าน 2 กิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้ กิจกรรม “ส่งความสุข In The Museum” เปิดบริการเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพกษัตริย์เกษตร ในหลวง รัชกาลที่ 9 พร้อมสนุกตื่นเต้นสุดประทับใจไปกับการชมภาพยนตร์แอนิเมชัน 3 มิติ ภายในพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา กิจกรรม “Light In Museum” ท่องเที่ยว เรียนรู้วิถีเกษตร สนุก สุขใจได้ทุกวัยผ่านการชมนิทรรศการ “มาดูแสง แสงแห่งวิถีเกษตรยามค่ำคืน” ภายในพิพิธภัณฑ์กษัตริย์เกษตร และร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการดำเนินชีวิตจากการชมฐานการเรียนรู้พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งบนเส้นทางสืบสาน รักษา ต่อยอด Wisdom King Farm พร้อมบันทึกภาพความสุขและความประทับใจกับจุดถ่ายภาพ Check-in แบบ Exclusive สัมผัสเสน่ห์ของวิถีเกษตรไทย สะท้อนความเป็นอยู่ ความเชื่อ และประเพณีของเกษตรกรรมไทย 4 ภาค ที่โซนบ้านเรือนไทย 4 ภาค และเรือขุด รข.1 สมัยรัชกาลที่ 5 อายุมากกว่า 100 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย2. กิจกรรมเสริมพลังปีใหม่ จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ สินค้าเกษตรคุณภาพ พบกับ กิจกรรม “ส่งสุขด้วยผลผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย” ส่งมอบความสุขและความห่วงใยให้คนที่รักด้วยผลิตภัณฑ์แปรรูป สมุนไพร ของใช้คุณภาพจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ และชุดกระเช้าของขวัญผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าคุณภาพปลอดภัยในราคาพิเศษจากร้านกิน อยู่ ดี ระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2565 - 15 มกราคม 2566 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. โดยจัดชุดความสุขให้ได้เลือกซื้อกันหลากหลาย ดังนี้ชุด “ใส่ใจสุขภาพ” ราคา 915 บาท รวมหลากหลายธัญพืชและผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่ดีต่อสุขภาพชุด “คู่ครัวเรือน” ราคา 705 บาท เสริมความอร่อยให้ทุกมื้ออาหารพร้อมดูแลสุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์คู่ครัว สินค้าแปรรูป ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่คัดสรรค์มาอย่างตั้งใจชุด “ความห่วงใย” ราคา 1,043 บาท ดูแลใส่ใจคนที่รักด้วยสารพัดผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ครบถ้วนทุกเรื่องราวทั้งการกิน การอยู่ และการดูแลตัวเองชุด “สารพัดสุข” ราคา 985 บาท นานาสินค้าเกษตรน่าใช้ หลากหลายผลิตภัณฑ์น่าลอง อาทิ ข้าวอินทรีย์ สินค้าเกษตรแปรรูป เมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้าน ชุด “สมุนไพรไทย” ราคา 874 บาท ห่างไกลโรคภัยด้วยผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรไทยต้านโรคสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพปลอดภัย ดีต่อร่างกายทั้งผู้ให้และผู้รับชุด “เสริมองค์ความรู้” ราคา 200 บาท ส่งต่อองค์ความรู้ด้านการเกษตร เคล็ดลับการทำเกษตรพอเพียง สูตรเด็ดเมนูอาหารต้านโรค เทคนิคการแปรรูปอาหาร และองค์ความรู้เรื่องราวด้านการทำเกษตรอีกหลากหลายสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ สามารถสั่งซื้อได้ที่ร้านกิน อยู่ ดี พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จ.ปทุมธานี หรือสั่งออนไลน์ได้ทาง facebook ร้านกิน อยู่ ดี โทร 02-529-2212-13 หรือ 081-567-2806 เปิดบริการทุกวันยกเว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.wisdomking.or.th หรือ facebook / Instagram /Line ID : @wisdomkingmuseum และ Youtube พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ
สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จัดโครงการเผยแพร่ขยายผลนวัตกรรมเกษตร “การแปรรูปสมุนไพรและการใช้ประโยชน์” ระหว่างวันที่ 26 - 27 มีนาคม 2565 ณ ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จังหวัดขอนแก่น “สวนอเร็งญา” ต.บ้านฝาง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เพื่อเผยแพร่ขยายผลนวัตกรรมเกษตรเรื่องการแปรรูปสมุนไพร การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีด้วยการเพิ่มมูลค่าและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพร อีกทั้งพัฒนายกระดับการทำงานของเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยมีนางสาวคำปุน กุดวงค์แก้ว เครือข่าย พกฉ. จ.สกลนคร นายสมเกียรติ ไพฑูรย์ เครือข่าย พกฉ.จังหวัดนครราชสีมา และพี่น้องเครือข่าย พกฉ.จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดเลย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้